กรมอุตุฯ ชี้แจงด่วน พายุ 5 ลูกทั้งเดือนไทยเตรียมรับมือ โปรดระหวัง…

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลภัยพิบัติเรื่อง เตรียมรับมือ พายุ 5 ลูก ที่จะส่งผลกระทบกับประเทศไทย โดย กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าประเด็นดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลจริงกรณีการโพสต์ให้ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ถึง พายุ 5 ลูก ที่อาจส่งกระทบต่อประเทศไทยนั้น ทาง กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนในสัปดาห์นี้ (11-18 พฤษภาคม 2565)ส่วนในช่วงวันที่ 11 –18 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลงทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง และมีอากาศเย็นในตอนเช้า

สำหรับภาคใต้ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ตลอดช่วง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง

จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่วนประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคใต้ควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารจาก “กรมอุตุนิยมวิทยา” ได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th, Facebook: กรมอุตุนิยมวิทยา, Application: Thai weather หรือติดต่อสายด่วน 1182 (ตลอด 24 ชั่วโมง) เมื่อวันที่ 10 พ.ค.2565 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศฉบับที่ 10 (94/2565) แจ้งว่า พายุไซโคลนกำลังแรง อัสนี บริเวณชายฝั่งสาธารณรัฐอินเดียตอนกลาง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งสาธารณรัฐอินเดียตอนกลางในช่วงวันที่ 10 – 11 พ.ค.

โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่จะส่งผลให้ลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ อีกทั้งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติได้ประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่าปริมาณฝนตกสะสม อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งทำให้พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่เดิมมีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อุกทกภัยระหว่างวันที่ 10 – 17 พ.ค. ดังนี้พื้นที่ฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ และอุทัยธานี ภาคกลาง ได้แก่ เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา และภูเก็ตกอปภ.ก.จึงได้ประสานแจ้งจังหวัดดังกล่าว และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่เดิมที่มีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

พื้นที่ฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ และอุทัยธานี ภาคกลาง ได้แก่ เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา และภูเก็ต

กรณีคาดว่าจะเกิดสถานการณ์หรือสถานการณ์ขยายวงกว้าง ให้จัดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กลไกของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด หากทรัพยากรในจังหวัดพื้นที่รับผิดชอบไม่เพียงพอ ให้ประสานขอรับการสนับสนุนจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตใกล้เคียง เพื่อให้การปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยเป็นไปอย่างคล่องตัวสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศและข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ท้ายนี้ ประชาชนสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT และหากความเดือดร้อนจากสามารถแจ้งเหตุ และขอความช่วยเหลือทางไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ1784 โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และแอปพลิเคชัน พ้นภัย รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป

ขอบคุณ กรมอุตุฯ